ชาวอาหรับชนบทที่เหลืออยู่ในเมืองจะกล่าวแก่เจ้าว่าทรัพย์สินของเราและครอบครัวของเราทำให้เรามีธุระยุ่งอยู่ ดังนั้นได้โปรดขออภัยให้แก่เราด้วย พวกเขากล่าวด้วยลิ้นของพวกเขาโดยไม่มีอะไรในหัวใจของพวกเขา จงกล่าวเถิดมุฮัมมัดใครเล่าจะมีอำนาจอันใดที่จะป้องกันพวกเจ้าจากอัลลอฮฺหากพระองค์ทรงประสงค์ให้ความทุกข์แก่พวกเจ้า หรือพระองค์ทรงประสงค์จะให้ประโยชน์แก่พวกเจ้า แต่ว่าอัลลอฮฺทรงตระหนักยิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ
Tafseer
{ سيقول لك المخلفون من الأعراب } حول المدينة، أي الذين خلفهم الله عن صحبتك لما طلبتهم ليخرجوا معك إلى مكة خوفا من تعرض قريش لك عام الحديبية إذا رجعت منها { شغلتنا أموالنا وأهلونا } عن الخروج معك { فاستغفر لنا } الله من تَرْك الخروج معك قال تعالى مكذبا لهم: { يقولون بألسنتهم } أي من طلب الاستغفار وما قبله { ما ليس في قلوبهم } فهم كاذبون في اعتذارهم { قل فمن } استفهام بمعنى النفي أي لا أحد { يملك لكم من الله شيئا إن أراد بكم ضَُرا } بفتح الضاد وضمها { أو أراد بكم نفعا بل كان الله بما تعملون خبيرا } أي لم يزل متصفا بذلك .
พวกเบดูอินที่อยู่เบื้องหลังรอบเมือง คือพวกที่อัลลอฮ์ทรงละเว้นไม่ให้พวกเขาไปกับท่านเมื่อท่านขอให้พวกเขาออกไปเมกกะด้วยความกลัวว่าพวกกุเรชจะโจมตีท่านในปีฮุดัยบียะฮ์หากท่านกลับมา ทรัพย์สินและครอบครัวของเราทำให้เราไม่ได้ไปกับท่าน ดังนั้นโปรดขออภัยโทษจากอัลลอฮ์ให้แก่เราด้วยที่ไม่ได้ไปกับท่าน อัลลอฮ์ผู้ทรงอำนาจตรัสปฏิเสธพวกเขาว่า พวกเขาพูดด้วยลิ้นของพวกเขา คือจากคำขออภัยโทษและสิ่งที่นำหน้ามานั้น สิ่งที่ไม่ได้อยู่ในหัวใจของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงโกหกในข้อแก้ตัวของพวกเขา จงกล่าวว่า แล้วใครเล่า เป็นคำถามที่มีความหมายปฏิเสธ คือไม่มีใครมีอำนาจเหนือท่านจากอัลลอฮ์ หากพระองค์ทรงประสงค์ร้ายต่อท่าน ด้วยอักษร ض ที่ออกเสียงด้วยฟัตฮะฮ์หรือดัมมาฮ์ หรือทรงประสงค์ดีต่อท่าน ยิ่งกว่านั้น พระเจ้าทรงรับรู้ทุกสิ่งที่คุณทำอยู่เสมอ กล่าวคือ พระองค์ทรงมีลักษณะเช่นนั้นมาโดยตลอด